สรรพคุณ ชาผู่เอ๋อ

ชาผูเอ่อร์  PUER TEA

รายการสุขภาพวันนี้ พวกเราจะพูดถึงชา ที่กำลังเป็นที่นิยมที่สุดอยู่ในขณะนี้ คือ ชาผูเอ่อร์

เมื่อ 2,100 ปีก่อน ได้มีการค้นพบใบชาและริเริ่มการปลูกชา ในเวลาต่อมา แต่ชาผูเอ่อร์นั้น ได้มีประวัติความเป็นมาราวๆ 1,700 กว่าปี ถึงแม้ชาจะมีอยู่มากมายหลายชนิด แต่ชาทั้งหลายเหล่านี้ จะถูกจำแนกออก เป็น 4 ชนิดใหญ่ ตามวิธีการผลิต คือ

  • ชาชนิดไม่หมัก ซึ่งได้แก่ ชาเขียว
  • ชาชนิดหมักตลอดการผลิต ได้แก่ ชาดำ
  • ชาชนิดหมักช่วงระยะเวลาหนึ่งของการผลิต ได้แก่ ชาอูหลง
  • ชาชนิดหมักช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วสามารถพัฒนาอายุด้วยการบ่ม ด้วยตัวของมันเอง ได้แก่ ชาผูเอ่อร์

การผลิตชาเขียว (Mao Cha) นั้น ก็ยังถูกแบ่งออกเป็น 4 วิธี คือ

  1. การนำไปนึ่ง
  2. การผัด
  3. การย่าง
  4. การตากแห้ง

อาทิ เช่น ชาเขียวที่มีชื่อเสียงอย่าง ชาเขียวหลงจิ่งนั้น ก็ถูกผลิตโดยวิธีการผัด ส่วนชาเขียวญี่ปุ่น จะผลิตโดยการนึ่ง ส่วนการผลิตชาผูเอ่อร์ที่ลึกลับและน่าค้นหานั้น ก็คือ การนำใบชาเขียว ที่ตากแห้งแล้ว จากนั้นนำมาผ่าน กรรมวิธีการบ่มโดยวิธีธรรมชาติ หรือว่าโดยวิธีที่มนุษย์คิดค้นขึ้น

เพียงระยะเวลา 800 ปี ชื่อเสียงของชาผูเอ่อร์นั้น โด่งดังไปยังทั่วโลก จากทิศเหนือดังไปจนถึง รัสเซีย ตะวันตกไปยัง ยุโรป และอาหรับ ทิศตะวันออก ไปยัง ญี่ปุ่น ทิศใต้ไปยัง มาเลเซีย และประเทศสยาม (หรือไทยของเรานั่นเอง) เมื่อประมาณ 150 ปีก่อน ได้มีนักวิชาการ ชาวรัสเซีย ชื่อ Tolstoy ได้บรรยายถึง สรรพคุณของชาตัวหนึ่ง ซึ่งมีสรรพคุณที่น่าศึกษาและค้นคว้าลงในหนังสือ (WAR & PEACE) ว่าสามารถทำให้สร่างเมาได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหารได้อีกด้วย ซึ่งก็คือ ชาผูเอ่อร์นั่นเอง

แม้แต่ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหลังคาโลก อย่าง ทิเบตนั้น ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นระดับสูง อย่าง ลามะ รวมถึง ประชาชนทั่วไป ได้มีคำกล่าวที่ว่า“ยอมแม้แต่ที่จะไม่ทานข้าว 3 มื้อ แต่ไม่ยอมที่จะขาดการดื่ม ชาผูเอ่อร์ แม้แต่วันเดียว”

ชาที่มีประวัติยาวนานต่อเนื่อง นับ ร้อยๆปี อย่างชาผูเอ่อร์นั้น การขนส่งชา ก็จะมีการใช้ทั้งคนแบก และใช้รถม้าบรรทุกชา ไปส่งยังที่ต่างๆ ที่ห่างไกล จึงเป็นที่มา ของ “เส้นทางการเดินของรถม้าส่งชา ที่โด่งดัง” ด้วย ฉะนั้น ชาผูเอ่อร์ ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่ง ในชีวิตประจำวันของผู้คน อีกด้วย ประเทศอื่นๆ นั้น ก็มีการรับรู้และดื่มชาผูเอ่อร์มาเป็นระยะเวลานานแล้ว อาทิ ในฮ่องกง รู้จักชาผูเอ่อร์ มามากกว่า 100 ปี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน รู้จักมา มากกว่า 50 ปี ไต้หวัน รู้จักมา ประมาณ 30 ปีและ มาเลเซีย มากกว่า 20 ปี เป็นต้น จนถึงในปัจจุบัน ชื่อเสียงของชาผูเอ่อร์ ยังคงร้อนแรงและแพร่หลาย ไปยังประเทศอื่นๆ อย่างไม่หยุดยั้ง “แต่อยากให้ลองคิดดูว่า ในระยะเวลากว่า 1,000 ปี ที่ผ่านมานั้น จะมีคนที่ชื่นชอบและหลงรัก ชาผูเอ่อร์นั้น มีมากน้อยเพียงใด”

จากการวิจัย ทางการแพทย์นั้น พบว่า ในทุกๆปี จะมีคนเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน ด้วยโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมองแตก มากที่สุดเป็น อันดับ 1 ซึ่งพบว่า มีสาเหตุหลักมาจาก การแข็งตัวของผนังหลอดเลือด

การแข็งตัวของผนังหลอดเลือด และไขมันอุดตันเส้นเลือดนั้น มีสาเหตุมาจาก การที่ เจ้าตัวร้ายอย่าง CHOLESTEROL เข้าไปทำ การรวมตัวกับ ไขมันชนิดเลว หรือ (LDL) จนทำให้เม็ดเลือดขาว เกิดเข้าใจผิด คิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย แล้วเข้าไปกำจัด แต่กลับทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้น จนกลายสภาพเป็นของเหลว ที่เหนียวและมีกลิ่นเหม็น เข้าไปเกาะตามผนังหลอดเลือดแทน จนทำให้ผนังหลอดเลือด เกิดช่องว่างที่แคบลง อันเป็นสาเหตุของการกีดขวางการไหลเวียนไม่สะดวกของกระแสเลือด อีกทั้งยังทำให้ผนังหลอดเลือดมีการเปราะบางอีกด้วย จึงส่งผลให้การไหลเวียนของกระแสเลือดที่ ส่งไปเลี้ยงยังอวัยวะ สำคัญๆ ไม่เพียงพอ และกอปรกับการ ที่หัวใจต้องทำการสูบฉีดหนักมากขึ้นด้วย จึงเป็นที่มาของโรคที่เสียชีวิตเฉียบพลันต่างๆ และอาการป่วยเหล่านี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลที่ดูภายนอกแข็งแรง ไม่เว้นแม้แต่ อ้วนหรือผอม สูงอายุหรือ วัยหนุ่มสาว ก็จัดอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเหล่านี้ ได้เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังก่อให้เกิดอาการ ต่างๆ ตามมาอีก อันเนื่องมาจาก การไหลเวียนที่ไม่ดีของกระแสเลือด อาทิ เช่น การนอนไม่หลับ ตื่นขึ้นมาไม่สดชื่น เหน็บชา ร่างกายขยับไม่ค่อยสะดวก อ่อนเพลีย กระสับกระส่าย ในส่วนของผู้หญิงนั้น เกิดจุดด่างดำ เกิดริ้วรอย อ้วน และแก่ก่อนวัย ได้ง่าย

 

ส่วนสาเหตุที่ของการเกิด โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดนั้น มาจากหลายสาเหตุ เช่น จากทางพันธุ์กรรม อุปนิสัยการกินอาหาร ซึ่งอาจจะกินแต่ของมัน ๆ และหวาน มากเกินไป ดื่มสุรา สูบบุหรี่ ไม่ดูแลสุขภาพโดยการออกกำลังกาย และยังรวมถึงความเครียดอีกด้วย

ปี 1985 โรงพยาบาล HENRY’RUNDURO ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้มีการทดสอบ ชาผูเอ่อร์ ซึ่งได้รับความสนับสนุน จาก Mr.FRED KEMPLER โดยการทดสอบนั้น ได้มีการคัดเลือกผู้ป่วย ซึ่งป่วยเป็นโรคไขมันในเส้นเลือดสูง จำนวน 20 คน มาทำการทดสอบ โดยได้ทดลองให้ดื่ม ชาผูเอ่อร์ 3 ครั้ง/วัน เป็นจำนวน 600cc เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน หลังจากนั้น พบว่า มีจำนวนถึง 1 ใน 4 ของผู้ป่วย ที่มีระดับไขมันในเส้นเลือดลดลง ในขณะที่การทดสอบชาตัวอื่นซึ่งได้ทำการทดสอบควบคู่ไปด้วย ไม่มีผลต่อระดับไขมันในเส้นเลือด ใดๆ ทั้งสิ้น และหลังจากนั้น ก็ได้มีนักวิชาการทางการแพทย์ ในประเทศต่างๆ อาทิ ประเทศอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมัน ไต้หวัน และจีน ได้นำชาผูเอ่อร์ มาวิเคราะห์ ศึกษาค้นคว้า และทดสอบ พบว่า การดื่มชาผูเอ่อร์อย่างต่อเนื่องนั้น สามารถปรับลดระดับ ไขมันในเส้นเลือดได้ และยังไม่มีผลแทรกซ้อน ต่อร่างกายอีกด้วย

 

การที่คนในสมัยก่อน นิยมและชอบดื่มชาผูเอ่อร์นั้น มีสาเหตุอันเนื่องมาจาก ถึงแม้ตัวสี ของชา จะมีสีเข้ม แต่รสชาติกลับไม่ขมและฝาดเลย อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และยังหวานชุ่มคอ ทำให้ดื่มง่าย นอกจากนี้ ชาผูเอ่อร์นั้น ยิ่งเก็บไว้นาน รสชาติยิ่งกลมกล่อม อีกด้วย การดื่มชาผูเอ่อร์เป็นประจำนั้น ยังสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหาร ไขมัน กำจัดพิษแอลกอฮอล์ ช่วยเสริมสร้างวิตามิน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขับถ่าย ให้กับร่างกายอีกด้วย

*** รู้มั้ยว่า การขับถ่าย สำคัญมากแค่ไหน สำหรับร่างการของคนเรา ? ว่ากันว่า ร่างกายควรขับถ่ายทุกวัน ถ้าวันไหนร่างกายไม่ขับถ่ายนั้น ก็เปรียบเสมือน เราสูบบุหรี่ 3 ซอง ในวันนั้นเลยทีเดียว***

คนเราทุกคนนั้น ใครๆ ก็อยากจะมีร่างกายที่แข็งแรงและอายุยืนยาว ด้วยกันทั้งนั้น ถึงกระนั้น ก็ไม่ควรเชื่อ ข้อความชวนเชื่อ ประเภทยาบำรุง หรืออาหารเสริมต่างๆ โดยปราศจากความรู้ ความเข้าใจ ในผลิตภัณฑ์นั้นๆ แต่ควรที่จะศึกษาหาความรู้ ในแบบวิธีทางวิทยาศาสตร์ แล้วยังต้องปรับอุปนิสัยการกิน กินแต่สิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และต้องดูแล รักษาร่างกาย โดยหมั่นออกกำลังกายอีกด้วย

 

ในปัจจุบันการผลิต ชาผูเอ่อร์นั้น ไม่เพียงแต่สามารถรักษาวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมเอาไว้ ทั้งยังปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตราย โดยมีมาตรฐาน GREEN FOOD ให้การรับรอง และยังสามารถรักษาระดับคุณภาพของสินค้า ให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันอีกด้วย ซึ่งรวมถึงสัดส่วนของวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทปลอดเชื้อ ยิ่งทำให้ชาผูเอ่อร์ มีความสะอาด สะดวก สรรพคุณดี และคงความดั้งเดิม ยิ่งดื่มยิ่งกลับคืนสู่วัยหนุ่มสาว ไว้ด้วย
พูดถึงประวัติและสรรพคุณของชาผูเอ่อร์กันมาก็เยอะแล้ว คราวนี้ เรามารู้จักวิธีชง ที่ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

 

 

นำชาผูเอ่อร์ออกประมาณ 6-7 กรัม แล้วหยิบชา ใส่ปั้นชาขนาด กลาง (ประมาณ 200cc)
เติมน้ำร้อนที่ ความร้อน 100 องศา ประมาณ 1/2 แก้ว
เมื่อชาเริ่มคลายตัว ก็ให้เติมน้ำร้อน ที่ความร้อน ประมาณ 90-100 องศา จนเต็มแก้ว แล้วสังเกตดูจากสีของชาถ้าสีของชาที่ออกมาคล้ายกับสีของ เหล้า XO เมื่อใด ก็เป็นสัญญาณบอก เวลาของการดื่มชาได้เริ่มขึ้นแล้ว
ชาผูเอ่อร์ 6-7 กรัม สามารถชงได้ 5-6 แก้ว แต่ก็มีผู้ที่ชอบดื่ม ชงจนกระทั่ง ไม่มีสีเลยก็มีความร้อนของน้ำชา ที่เหมาะที่สุด ในการดื่มนั้น จะอยู่ประมาณ 65 องศา การที่ชานั้น ร้อนเกินไป หรือเย็นเกินไปนั้น ก็มีผลทำให้ เราไม่สามารถสัมผัส หรือรับรู้ถึง รสชาติของชา ที่แท้จริงได้
ชาผูเอ่อร์นั้น ไม่ว่าเวลาไหน ก็สามารถดื่มได้ แต่เวลาที่เหมาะสมที่สุด ที่จะดื่มชาผูเอ่อร์นั้น คือ ตั้งแต่ เวลา บ่าย 3 โมง จนถึง เวลา 6 โมงเย็น เพราะเป็นเวลาที่อวัยวะในร่างกายมีการผ่อนคลาย และมีการถ่ายเทแลกเปลี่ยน ของกระแสเลือดเก่า และใหม่ ฉะนั้น เมื่อดื่มชาผูเอ่อร์ในเวลานี้แล้วนั้น ชาผูเอ่อร์จะแสดงประสิทธิภาพ ได้ดีที่สุดด้วย

การแนะนำชาผูเอ่อร์ ในวันนี้นั้น จบลงแต่เพียงเท่านี้ ขอให้ทุกคน มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีอายุยืนยาว