6 ประเภทชาหลักของจีน: แบ่งตามระดับการออกซิเดชัน

6 ประเภทชาหลักของจีน: การจำแนกตามระดับการออกซิเดชันและอายุการเก็บรักษา

ชาจีนมีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันปี และถูกจำแนกออกเป็น 6 ประเภทหลักตามกระบวนการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับของการออกซิเดชัน (Oxidation) หรือที่เรียกว่า 氧化 (yǎnghuà) ในภาษาจีน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แต่ละประเภทมีสี กลิ่น และรสชาติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ยิ่งปล่อยให้เกิดการออกซิเดชันมาก ชาจะยิ่งมีรสชาติเข้มข้นขึ้น นอกจากนี้ อายุการเก็บรักษายังเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรรู้ เพราะชาแต่ละชนิดมีระยะเวลาที่เหมาะสมในการดื่มที่แตกต่างกัน​

1. ชาเขียว (绿茶 / Green Tea) – ไม่ผ่านการออกซิเดชัน

กระบวนการผลิต: ชาเขียวเป็นชาที่ไม่ผ่านการหมักหรือการออกซิเดชัน โดยจะเก็บยอดอ่อนของชามาอบแห้งทันที เพื่อไม่ให้ใบชาเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันกับออกซิเจน ทำให้ได้ใบชาที่ยังคงสีเขียวสด การอบอาจทำด้วยความร้อนจากกะทะหรือไอน้ำ​

ลักษณะเฉพาะ: มีสีเขียว รสชาติ สี และกลิ่นใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด มีความสดชื่น ชุ่มชื้น น้ำชาจะมีสีเหลืองอ่อนถึงเขียวอ่อน​

อายุการเก็บรักษา: ชาเขียวมีอายุการเก็บรักษาที่สั้นที่สุดในบรรดาชาทั้งหมด ควรดื่มภายใน 6-12 เดือน เพื่อความสดใหม่ หากเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส สามารถยืดอายุได้ถึง 18 เดือน เนื่องจากชาเขียวไม่ผ่านการหมัก จึงสูญเสียกลิ่นหอมและความสดใหม่ได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศและแสง ควรเก็บในภาชนะปิดสนิทและไม่โปร่งแสง​

สรรพคุณ: มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ต้านทานโรคได้หลายชนิด ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ​

ตัวอย่างที่มีชื่อเสียง: ชาหลงจิ่ง (龙井茶 / Longjing / Dragon Well) จากหางโจว มณฑลเจ้อเจียง, หวงซานเหมาเฟิง (黄山毛峰) จากมณฑลอานฮุย, ต้งถิงปี้หลัวชุน (洞庭碧螺春) จากซูโจว​

2. ชาขาว (白茶 / White Tea) – การออกซิเดชันน้อยที่สุด (5-10%)

กระบวนการผลิต: ผลิตจากยอดอ่อนที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน โดยเลือกเก็บในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นนำมาตากให้แห้งด้วยวิธีธรรมชาติอย่างรวดเร็ว โดยไม่ผ่านการหมักหรือการอบ กระบวนการผลิตเรียบง่ายที่สุดในบรรดาชาทั้งหมด​

ลักษณะเฉพาะ: ใบชามีขนสีขาวปกคลุม มีกลิ่นหอมนุ่มนวล รสชาติอ่อนหวาน ละเอียดอ่อน น้ำชามีสีเหลืองอ่อนใส​

อายุการเก็บรักษา: ชาขาวเป็นชาพิเศษที่ยิ่งเก็บนานยิ่งดี คล้ายกับไวน์ดี ในประเทศจีนมีคำกล่าวว่า “一年茶、三年药、七年宝” แปลว่า “หนึ่งปีเป็นชา สามปีเป็นยา เจ็ดปีเป็นสมบัติ” ชาขาวสามารถเก็บได้ 1-20 ปีหรือมากกว่า และจะพัฒนารสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม และมีคุณค่าทางยาสูงขึ้นตามอายุ ชาขาวที่เก็บไว้ 5-6 ปีถือว่าเป็นของดี ถ้าเก็บได้ 10-20 ปีขึ้นไปถือว่าเป็นสมบัติที่มีค่ามากวามแก่ ต้านความแก่ชราก่อนวัย​

ตัวอย่างที่มีชื่อเสียง: ชาขาวเข็มเงิน (白毫银针 / Bai Hao Yin Zhen / Silver Needle) จากฝูติ่ง มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งเก็บด้วยมือภายในระยะเวลาไม่เกิน 48 ชั่วโมงระหว่าง 15 มีนาคม-10 เมษายน​

3. ชาเหลือง (黄茶 / Yellow Tea) – การออกซิเดชัน 10-20%

กระบวนการผลิต: ผ่านกระบวนการที่คล้ายชาเขียว แต่มีขั้นตอนพิเศษคือการห่อใบชาที่ยังชื้นไว้ให้เกิดการหมักเล็กน้อย (闷黄 / Men Huang) ก่อนนำมาตากแห้ง กระบวนการนี้ทำให้ใบชาเปลี่ยนสีเป็นเหลือง​

ลักษณะเฉพาะ: มีรสชาติกึ่งกลางระหว่างชาเขียวและชาขาว รสชาติอ่อนหวาน กลมกล่อม ไม่ฝาดเหมือนชาเขียว น้ำชามีสีเหลืองทอง​

อายุการเก็บรักษา: ชาเหลืองมีอายุการเก็บรักษาที่ใกล้เคียงกับชาเขียว แต่ยาวกว่าเล็กน้อย ควรดื่มภายใน 1 ปี เพื่อความสดใหม่ หากเก็บรักษาอย่างดี สามารถยืดอายุได้ถึง 18-24 เดือน ควรเก็บที่อุณหภูมิห้องในภาชนะที่ปิดสนิท แห้ง และไม่โปร่งแสง​

สรรพคุณ: สรรพคุณสูง มีประวัติว่าเป็นชาสำหรับถวายฮ่องเต้ เพราะสีเหลืองคือสีของจักรพรรดิ​

ตัวอย่างที่มีชื่อเสียง: จวินซานอิ๋นเจิน (君山银针 / Junshan Yinzhen) จากเยวี่ยหยาง มณฑลหูหนาน​

4. ชาอู่หลง / ชาน้ำหนึ่ง (青茶/乌龙茶 / Oolong Tea) – การออกซิเดชันบางส่วน (10-70%)

กระบวนการผลิต: เป็นชาประเภทกึ่งหมัก ผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ โดยผึ่งแห้งใบชาด้วยแสงอาทิตย์เพื่อให้คายน้ำ จากนั้นผึ่งในที่ร่มภายใต้การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งทำให้เกิดการหมักเพียงบางส่วน แล้วนำมานวดอัดเป็นเม็ด การออกซิเดชันอยู่ที่ 10-80% ขึ้นอยู่กับชนิดาเขียวและชาดำ รสชาติฝาด ขมเล็กน้อย กลิ่นหอมอ่อนๆ แต่แรงกว่าชาเขียว ใบชามีสีเหลือง-น้ำตาลอมเขียว สามารถชงซ้ำได้หลายครั้ง โดยแต่ละครั้งจะมีรสชาติแตกต่างกันเล็กน้อย​

อายุการเก็บรักษา: อายุการเก็บรักษาของชาอู่หลงขึ้นอยู่กับระดับการอบ ชาอู่หลงที่อบน้อย (เช่น เถี่ยกวานอินแบบสด) มีอายุประมาณ 18 เดือน และควรเก็บในตู้เย็น ส่วนชาอู่หลงที่อบมาก (เช่น ชาอู่อี๋ ฟีนิกซ์ตันฉง) สามารถเก็บได้ 2-3 ปี ที่อุณหภูมิห้อง หากเก็บรักษาอย่างดี ชาอู่หลงชนิดอบมากสามารถเก็บได้นานถึง 10 ปีหรือมากกว่า และจะพัฒนารสชาติที่เข้มข้นและซับซ้อนมากขึ้น​

สรรพคุณ: ช่วยดักจับไขมัน ควบคุมน้ำหนัก ด้วยสาร OTTPs ที่ลดการดูดซึมไขมัน ช่วยลดความเครียด ต้านมะเร็ง รักษาโรคเบาหวาน​

ตัวอย่างที่มีชื่อเสียง: อานซีเถี่ยกวานอิน (安溪铁观音 / Tieguanyin) จากอานซี มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งมีกลิ่นหอมกล้วยไม้ธรรมชาติ, ชาอู่อี๋ (武夷岩茶) จากอู่อี๋ มณฑลฝูเจี้ยน红茶 / Black Tea / Red Tea) – การออกซิเดชันเต็มที่ (80-100%)

กระบวนการผลิต: ใบชาผ่านการหมักอย่างสมบูรณ์ โดยเมื่อเก็บใบชาอ่อนมาจะเข้าสู่กระบวนการลดน้ำให้อยู่ในสภาวะกึ่งสด กึ่งแห้ง แล้วนำมาบดและเข้าสู่กระบวนการออกซิเดชันต่อ จากนั้นผ่านความร้อนเพื่อหยุดการหมัก การหมักและความร้อนทำให้เกิดกลิ่น รสชาติ และสีที่เป็นเอกลักษณ์​

ลักษณะเฉพาะ: ชาวจีนเรียก “ชาแดง” (红茶) เนื่องจากน้ำชามีสีแดง แต่ชาวตะวันตกเรียก “Black Tea” เพราะใบชามีสีดำ มีรสชาติเข้มข้นระดับกลาง กลิ่นไม่รุนแรง น้ำชาสีน้ำตาลทองแดง-แดงเข้ม มีคาเฟอีนสูงที่สุดในหมู่ชาแต่ยังน้อยกว่ากาแฟ​

อายุการเก็บรักษา: ชาดำมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวกว่าชาเขียวและชาเหลือง สามารถเก็บได้ 2-3 ปี หากเก็บในที่แห้ง ปิดสนิท และไม่โปร่งแสง ชาดำที่บรรจุหีบห่อดีสามารถเก็บได้ประมาณ 24 เดือน เนื่องจากผ่านการหมักเต็มที่แล้ว จึงคงรสชาติได้นานกว่าชาที่ไม่ผ่านการหมัก​

สรรพคุณ: ช่วยการย่อยอาหาร ลดคอเลสเตอรอล ลดการดูดซึมไขมันในลำไส้​

ตัวอย่างที่มีชื่อเสียง: ชาฉีเหมิน (祁门红茶 / Keemun) จากฉีเหมิน มณฑลอานฮุย, ชาดำอัสสัม ชาซีลอน ชาดาร์จีลิ่ง จากอินเดียและศรีลังกา

5. ชาดำ / ชาแดง (红茶 / Black Tea / Red Tea) – การออกซิเดชันเต็มที่ (70-100%)

กระบวนการผลิต: ใบชาผ่านการหมักอย่างสมบูรณ์ โดยเมื่อเก็บใบชาอ่อนมาจะเข้าสู่กระบวนการลดน้ำให้อยู่ในสภาวะกึ่งสด กึ่งแห้ง แล้วนำมาบดและเข้าสู่กระบวนการออกซิเดชันต่อ จากนั้นผ่านความร้อนเพื่อหยุดการหมัก การหมักและความร้อนทำให้เกิดกลิ่น รสชาติ และสีที่เป็นเอกลักษณ์​

ลักษณะเฉพาะ: ชาวจีนเรียก “ชาแดง” (红茶) เนื่องจากน้ำชามีสีแดง แต่ชาวตะวันตกเรียก “Black Tea” เพราะใบชามีสีดำ มีรสชาติเข้มข้นระดับกลาง กลิ่นไม่รุนแรง น้ำชาสีน้ำตาลทองแดง-แดงเข้ม มีคาเฟอีนสูงที่สุดในหมู่ชาแต่ยังน้อยกว่ากาแฟ​

อายุการเก็บรักษา: ชาดำมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวกว่าชาเขียวและชาเหลือง สามารถเก็บได้ 2-3 ปี หากเก็บในที่แห้ง ปิดสนิท และไม่โปร่งแสง ชาดำที่บรรจุหีบห่อดีสามารถเก็บได้ประมาณ 24 เดือน เนื่องจากผ่านการหมักเต็มที่แล้ว จึงคงรสชาติได้นานกว่าชาที่ไม่ผ่านการหมัก​

สรรพคุณ: ช่วยการย่อยอาหาร ลดคอเลสเตอรอล ลดการดูดซึมไขมันในลำไส้

ตัวอย่างที่มีชื่อเสียง: ชาฉีเหมิน (祁门红茶 / Keemun) จากฉีเหมิน มณฑลอานฮุย, ชาดำอัสสัม ชาซีลอน ชาดาร์จีลิ่ง จากอินเดียและศรีลังกา​

6. ชาผู่เออร์ (黑茶/普洱茶 / Dark Tea / Post-fermented Tea) – การหมักหลังออกซิเดชัน

กระบวนการผลิต: เป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักต่อหลังจากปล่อยให้เกิดการออกซิเดชันแล้ว เรียกว่า 后发酵茶 (hòu fāxiào chá / Post-fermented tea) กระบวนการผลิตอาศัยแบคทีเรียหรือจุรินทรีย์เป็นตัวทำปฏิกิริยาการหมัก หากยิ่งบ่มนานยิ่งได้รสชาติมากขึ้น​

ลักษณะเฉพาะ: มีสีเข้มมาก น้ำชาสีแดงเข้มหรือน้ำตาลแดง รสชาติเข้มข้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว บางชนิดมีกลิ่นดินหรือเห็ดจากการหมักที่ยาวนาน ชามีทั้งชนิดดิบ (生茶 / Sheng) และชนิดสุก (熟茶 / Shou)​

อายุการเก็บรักษา: ชาผู่เออร์เป็นชาที่ยิ่งเก็บนานยิ่งดีขึ้น คล้ายกับชาขาว ตามมาตรฐานของจีน (GB/22111-2008) ระบุว่าชาผู่เออร์ “เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาระยะยาว” เมื่อเก็บอย่างถูกวิธี โดยทั่วไปชาผู่เออร์สามารถเก็บได้โดยไม่มีวันหมดอายุ และชาผู่เออร์ที่เก็บไว้ 30 ปีขึ้นไปก็ถือว่าเป็นของหายากและมีมูลค่าสูง ชาผู่เออร์ดิบจะพัฒนารสชาติช้ากว่าชาผู่เออร์สุก แต่ทั้งสองชนิดต่างก็มีคุณค่าเพิ่มขึ้นตามอายุ การเก็บรักษาต้องอยู่ในที่แห้ง มีการระบายอากาศดี อุณหภูมิ 15-21 องศาเซลเซียส และความชื้นประมาณ 60%​

สรรพคุณ: ช่วยการย่อยอาหาร ลดคอเลสเตอรอล ลดไขมัน ควบคุมน้ำหนัก เหมาะสำหรับดื่มหลังอาหาร​

ตัวอย่างที่มีชื่อเสียง: ชาผู่เออร์ (普洱茶 / Pu-erh Tea) จากผู่เออร์ มณฑลยูนนาน ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดในกลุ่มชาดำ ชาผู่เออร์บางชนิดมีราคาสูงมากและสามารถเก็บสะสมเป็นการลงทุนได้​

สรุปอายุการเก็บรักษาและคำแนะนำ

ประเภทชา อายุการเก็บรักษา วิธีเก็บที่แนะนำ คุณสมบัติพิเศษ
ชาเขียว 6-12 เดือน (18 เดือนในตู้เย็น) เก็บในตู้เย็น ภาชนะปิดสนิท ดื่มให้เร็วเพื่อความสดใหม่
ชาเหลือง 1 ปี (18-24 เดือนถ้าเก็บดี) อุณหภูมิห้อง แห้ง ปิดสนิท รสชาติละเอียดอ่อน
ชาขาว 1-20+ ปี อุณหภูมิห้อง แห้ง มืด ยิ่งเก็บนานยิ่งดี
ชาอู่หลง 18 เดือน-10+ ปี ขึ้นอยู่กับการอบ อบน้อยเก็บตู้เย็น อบมากเก็บห้อง
ชาดำ/ชาแดง 2-3 ปี อุณหภูมิห้อง แห้ง ปิดสนิท เก็บได้นานกว่าชาเขียว
ชาผู่เออร์ 5-50+ ปี อุณหภูมิ 15-21°C ความชื้น 60% ยิ่งเก็บนานยิ่งมีค่า
 

เคล็ดลับการเก็บรักษาชาให้ยาวนาน

  1. ใช้ภาชนะที่เหมาะสม: เลือกกระป๋อง กระติกแก้ว หรือภาชนะที่ปิดสนิท​

  2. หลีกเลี่ยงแสงและความชื้น: เก็บในที่มืดและแห้ง​

  3. อย่าให้ใกล้กลิ่นแรง: ชาดูดซับกลิ่นได้ง่าย ควรเก็บห่างจากเครื่องเทศหรือสิ่งที่มีกลิ่นแรง​

  4. ควบคุมอุณหภูมิ: ชาเขียวและชาเหลืองควรเก็บในตู้เย็น ส่วนชาอื่นๆ เก็บที่อุณหภูมิห้อง​

​References:

https://orientaleaf.com/blogs/tea-101/how-to-store-chinese-tea-guide
https://naturepuretea.com/blogs/chinese-tea-guide/does-tea-expire
https://m.ipucha.com/show-34-323.html
https://www.blockdit.com/posts/60c5f97bf87bb10c8120da55
https://cccbkk.org/famous-tea-of-china/
https://aromathailand.com/6-types-of-tea-that-we-drink-every-day/
https://pantip.com/topic/30215920
https://seventeahouse.com/blogs/tea-profiles/how-to-store-tea-for-maximum-freshness-longevity
https://westholmetea.com/blogs/tea-education/the-shelf-life-of-tea
https://iteaworld.com/blogs/guide/chinese-green-tea
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99
https://www.thechinajourney.com/th/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99
https://www.teavivre.com/info/shelf-life-of-tea.html
https://teasenz.eu/blogs/tea-magazine/shelf-life-tea
https://www.siammandarinahotel.com/th/blog/tea-guide/
https://www.peopleapp.com/rmharticle/30022578867
https://www.teamiblends.com/blogs/lifestyle/tea-best-storage-practices
http://www.taeteathai.com/category/2/product-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%81-puaposer-tea-ripe
https://taiwanteaodyssey.com/the-alternate-reality-of-dayi-puer-investing/
https://www.jibcha.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C/
https://cspuerh.com/blogs/tea-101/the-economics-of-pu-erh-tea-investing-in-aged-pu-erh-teas
https://www.scmp.com/magazines/style/news-trends/article/3177579/why-old-chinese-tea-can-be-worth-more-wine-or-whisky
https://www.facebook.com/groups/ThailandTeaLover/posts/7124200487638797/